← กลับไปหน้าบทความIntegration
WAIHAUS / ARTICLE

LINE​ ​OA​ ​เชื่อม​กับ​ระบบ​หลัง​บ้าน​ได้​อย่างไร​:​ ​ตัวอย่าง​ ​Workflow​ ​ที่​ใช้​งาน​ได้​จริง

ดูตัวอย่างตั้งแต่ลูกค้าส่งข้อความ ระบบรับ webhook สร้างงานให้ทีม และตอบกลับสถานะ พร้อมจุดที่ต้องตรวจสิทธิ์และป้องกันงานซ้ำ

LINE OA เชื่อมระบบหลังบ้านLINE APIWorkflow
แผนภาพ LINE OA เชื่อมข้อความลูกค้าเข้ากับระบบหลังบ้าน
แผนภาพ LINE OA เชื่อมข้อความลูกค้าเข้ากับระบบหลังบ้าน

การ LINE OA เชื่อมระบบหลังบ้าน มีประโยชน์เมื่อทีมต้องรับข้อความแล้วนำไปทำงานต่อ เช่น รับคำขอบริการ ติดตามสถานะ หรือส่งแจ้งเตือน แต่ LINE เป็นช่องทางสื่อสาร ส่วนสถานะงานและผู้รับผิดชอบควรอยู่ในระบบที่ทีมตรวจสอบได้

ตัวอย่าง: รับคำขอบริการจากลูกค้า

  1. ลูกค้าส่งข้อความหรือกดเมนูใน LINE OA
  2. LINE ส่ง webhook ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของธุรกิจ
  3. เซิร์ฟเวอร์ตรวจลายเซ็นของ webhook ก่อนอ่านและดำเนินการ
  4. ระบบสร้างคำขอพร้อมเลขอ้างอิง และป้องกันเหตุการณ์เดิมสร้างงานซ้ำ
  5. เจ้าหน้าที่เห็นงานในระบบหลังบ้าน เปลี่ยนสถานะ และบันทึกผู้รับผิดชอบ
  6. ระบบตอบหรือแจ้งสถานะกลับทาง LINE เมื่อเงื่อนไขการส่งข้อความรองรับ

แผนผังข้อความลูกค้าไหลจาก LINE ผ่าน webhook สู่รายการงาน

ภาพที่ 1: ข้อความจาก LINE เป็นจุดเริ่มต้น แต่รายการงานและประวัติการจัดการอยู่ในระบบหลังบ้าน

ตาม เอกสาร LINE Developers เรื่อง webhook ต้องตรวจลายเซ็นก่อนประมวลผล และ LINE อาจส่ง webhook ซ้ำได้ จึงควรวางการรับเหตุการณ์ซ้ำตั้งแต่ต้น ส่วนการตอบกลับกับการส่งข้อความภายหลังมีเงื่อนไขต่างกันตาม เอกสารการส่งข้อความ

ก่อนพัฒนาควรกำหนดอะไร

ระบุชนิดข้อความที่รับได้ ข้อมูลที่จำเป็นก่อนเปิดงาน ใครเป็นเจ้าของคำขอ สถานะที่ลูกค้าควรเห็น และกรณีที่ต้องให้คนตอบเอง เช่น ลูกค้าพิมพ์ไม่ตรงรูปแบบ หรือระบบหลังบ้านใช้งานไม่ได้ ต้องมีวิธีกู้รายการและไม่ให้คำขอหาย

ข้อมูลและสถานะที่ควรตกลงก่อนเชื่อม

ในตัวอย่างสมมติของธุรกิจรับคำขอซ่อม ระบบอาจเก็บเลขอ้างอิง ประเภทปัญหา ช่องทางติดต่อที่ลูกค้ายินยอมให้ใช้ เวลารับเรื่อง เจ้าของงาน และสถานะ “รอข้อมูล–รับเรื่อง–กำลังดำเนินการ–ปิดงาน” ต้องกำหนดว่าใครเปลี่ยนสถานะใดได้ และลูกค้าได้รับแจ้งในจังหวะใด ข้อความอิสระจากลูกค้าอาจยังไม่พอเปิดงาน ระบบจึงควรขอข้อมูลเพิ่มหรือส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

LINE ใช้เป็นช่องทางรับและส่งข้อความได้ แต่ข้อมูลอ้างอิงหลักของงานควรอยู่ในระบบที่ทีมค้นหาและตรวจย้อนหลังได้ การผูกงานกับตัวระบุผู้ใช้ LINE ต้องวางเรื่องสิทธิ์ การเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น และกรณีลูกค้าเปลี่ยนช่องทางติดต่อ

เมื่อ webhook มาซ้ำหรือระบบปลายทางล่ม

คำขอจาก LINE ควรผ่านการตรวจลายเซ็นด้วยข้อมูลดิบของคำขอก่อนประมวลผล จากนั้นบันทึกตัวระบุเหตุการณ์หรือหลักฐานที่ใช้แยกเหตุการณ์เดิม หากได้รับซ้ำ ระบบต้องไม่สร้างงานซ้ำ การตอบรับ webhook ควรเร็ว และงานหนักควรส่งไปประมวลผลต่อแบบที่ติดตามผลได้ ตามแนวทางในเอกสาร LINE Developers

หากฐานข้อมูลหรือระบบหลังบ้านล่มชั่วคราว ต้องกำหนดว่าจะเก็บเหตุการณ์ไว้ที่ใด ลองใหม่อย่างไร และแจ้งผู้ดูแลเมื่อรายการติดค้าง ไม่ควรอ้างว่ารับเรื่องสำเร็จแล้วหากยังไม่มีเลขอ้างอิงที่ตรวจได้ ควรมีหน้ารายการข้อผิดพลาดและขั้นตอนให้คนกู้รายการโดยไม่ทำงานซ้ำ

การตอบกลับกับการแจ้งภายหลังต่างกัน

การตอบข้อความในบริบทของเหตุการณ์ใช้กลไก reply ส่วนการแจ้งสถานะภายหลังอาจต้องใช้ push ซึ่งมีเงื่อนไขด้านผู้รับ สิทธิ์ และข้อจำกัดของบริการต่างกัน ทีมพัฒนาต้องตรวจเงื่อนไขล่าสุดในเอกสาร LINE ก่อนออกแบบข้อความอัตโนมัติ และเตรียมช่องทางให้เจ้าหน้าที่ติดต่อลูกค้าเมื่อส่งไม่สำเร็จ

วิธีนำตัวอย่างไปเขียนรายงาน

วาดแผนภาพลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ลูกค้าส่งข้อความจนงานปิด ระบุผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้น ข้อมูลที่แลก เงื่อนไขเปิดงาน และจุดที่อาจผิดพลาด จากนั้นเสนอเกณฑ์ตรวจรับ เช่น เหตุการณ์เดิมไม่สร้างงานสองรายการ ข้อความลายเซ็นไม่ถูกต้องไม่ถูกประมวลผล และงานที่ส่งแจ้งไม่สำเร็จปรากฏให้ผู้ดูแลแก้ไข

เริ่มจากงานประเภทเดียวก่อน แล้วดูว่าลดการคัดลอกข้อมูลและการตามสถานะได้จริงหรือไม่ ศึกษา บริการเชื่อม LINE และระบบหลังบ้าน และ ภาพรวมการเชื่อม LINE กับระบบหลังบ้าน

แหล่งข้อมูลประกอบ