← กลับไปหน้าบทความBusiness Systems
WAIHAUS / ARTICLE

Dashboard​ ​สำหรับ​ธุรกิจ​จำเป็น​จริง​หรือ​ไม่​ ​และ​ควร​เริ่ม​จาก​ข้อมูล​อะไร

Dashboard มีประโยชน์เมื่อช่วยให้คนรับผิดชอบตัดสินใจได้เร็วขึ้น เริ่มจากคำถามที่ต้องตอบ แหล่งข้อมูล และนิยามตัวเลขก่อนออกแบบกราฟ

Dashboard ธุรกิจระบบหลังบ้านBusiness Data
ภาพ Dashboard แสดงตัวชี้วัดที่เชื่อมกับการตัดสินใจ
ภาพ Dashboard แสดงตัวชี้วัดที่เชื่อมกับการตัดสินใจ

Dashboard ธุรกิจ ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกทีม หากผู้จัดการเปิดรายงานสัปดาห์ละครั้งแล้วตัดสินใจได้ครบ ตารางสรุปที่อ่านง่ายอาจพอ Dashboard จะคุ้มเมื่อข้อมูลเปลี่ยนบ่อย มีหลายคนต้องเห็นภาพเดียวกัน และตัวเลขช่วยให้ลงมือทำทันเวลา

เริ่มจากคำถาม ไม่ใช่ชนิดกราฟ

ถามว่าใครดูข้อมูล เพื่อเลือกทำอะไร และต้องรู้เร็วแค่ไหน ตัวอย่างเช่น หัวหน้าทีมบริการอาจต้องเห็นงานค้างเกินกำหนดทุกเช้า ส่วนเจ้าของกิจการอาจดูรายได้แยกบริการรายเดือน สองคนนี้ไม่ควรได้หน้าจอเดียวกันเพียงเพราะข้อมูลอยู่ในฐานเดียวกัน

เส้นทางจากคำถามธุรกิจไปสู่ข้อมูลและการตัดสินใจ

ภาพที่ 1: ทุกตัวเลขบน Dashboard ควรโยงกลับไปยังคำถามและการกระทำที่ผู้ดูแลทำได้

ข้อมูลชุดแรกควรมีอะไร

เลือกตัวชี้วัด 3–5 ตัวที่เกี่ยวกับงานสำคัญ เช่น จำนวนงานใหม่ งานค้าง งานเกินกำหนด เวลาดำเนินการ และผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว ระบุให้ชัดว่า “งานใหม่” นับเมื่อไร “เสร็จ” หมายถึงสถานะใด และข้อมูลอัปเดตบ่อยเพียงใด หากนิยามไม่ตรงกัน กราฟที่สวยก็ทำให้ตัดสินใจผิดได้

ทดลองแบบเล็กก่อน

เริ่มจากรายงานหนึ่งหน้าหรือมุมมองในระบบหลังบ้าน ให้ผู้ใช้จริงลองประชุมหรือจัดลำดับงานจากข้อมูลนั้น หากไม่เกิดการตัดสินใจใหม่ ให้ทบทวนคำถามก่อนเพิ่มกราฟ ไม่จำเป็นต้องทำ Dashboard แบบเรียลไทม์หากงานตัดสินใจรายวันหรือรายสัปดาห์

เขียนคำจำกัดความข้อมูลเป็นเอกสารสั้น ๆ

ก่อนสร้างกราฟ ให้ระบุชื่อตัวชี้วัด ความหมาย สูตร ช่วงเวลา แหล่งข้อมูล ผู้รับผิดชอบ และรอบอัปเดต เช่น “งานค้างเกินกำหนด” หมายถึงงานที่ยังไม่อยู่สถานะเสร็จและวันที่กำหนดเสร็จก่อนวันนี้ ต้องตกลงว่ารวมงานที่หยุดรอลูกค้าหรือไม่ หากทีมสองฝ่ายนับไม่เหมือนกัน ตัวเลขบน Dashboard จะขัดกันแม้ระบบคำนวณถูกต้อง

ตรวจคุณภาพข้อมูลอย่างน้อยเรื่องความครบถ้วน ความถูกต้อง ความสม่ำเสมอ และความทันเวลา หากงานจำนวนมากไม่มีวันที่กำหนดเสร็จ ตัวชี้วัดงานเกินกำหนดย่อมต่ำกว่าความจริง ควรแสดงข้อจำกัดนี้ในรายงานและแก้ขั้นตอนบันทึกข้อมูล ไม่ใช่เพิ่มกราฟเพื่อกลบปัญหา

ตัวอย่างสมมติ: ทีมบริการลูกค้า

หัวหน้าทีมต้องจัดงานทุกเช้า คำถามหลักคือ “วันนี้มีงานใดเสี่ยงไม่ทันกำหนด” หน้าแรกอาจแสดงจำนวนงานใหม่ งานที่ครบกำหนดวันนี้ งานเกินกำหนด และรายการที่ต้องจัดคนเพิ่ม เมื่อคลิกตัวเลขควรเห็นรายการต้นทางและเจ้าของงาน เพื่อให้ลงมือทำได้ทันที ตัวเลขรายได้รวมทั้งปีอาจสำคัญต่อผู้บริหาร แต่ไม่ช่วยหัวหน้าทีมตัดสินงานเช้านี้

หากทีมประชุมสัปดาห์ละครั้งและข้อมูลเปลี่ยนไม่เร็ว รายงานที่สร้างทุกสัปดาห์อาจตอบคำถามเดียวกันโดยต้นทุนต่ำกว่า Dashboard ที่อัปเดตตลอดเวลา ความถี่ของข้อมูลจึงควรมาจากความถี่ของการตัดสินใจ ไม่ใช่ความสามารถทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว

ตรวจว่า Dashboard มีประโยชน์จริงหรือไม่

ให้ผู้ใช้ทดลองใช้กับงานจริงสองถึงสามรอบการตัดสินใจ บันทึกว่าเขาตัดสินใจอะไรจากหน้าจอ ต้องเปิดไฟล์อื่นเพื่อเติมข้อมูลหรือไม่ และมีตัวเลขใดทำให้เข้าใจผิด หากตัวเลขหนึ่งไม่มีผู้ใช้หรือไม่มีการกระทำตาม อาจตัดออกเพื่อให้หน้าจออ่านง่ายขึ้น หลักการออกแบบของ Microsoft Power BI เน้นให้ภาพรวมช่วยผู้ใช้เห็นสถานะสำคัญได้ในหน้าเดียว

การเข้าถึงข้อมูลยังต้องสอดคล้องกับสิทธิ์ ผู้จัดการอาจเห็นภาพรวมทั้งทีม แต่เจ้าหน้าที่อาจเห็นเฉพาะงานที่ตนรับผิดชอบ การแสดงข้อมูลละเอียดเกินจำเป็นอาจสร้างความเสี่ยงแม้กราฟจะสวยและรวดเร็ว

ประเด็นสำหรับรายงาน

แสดงผู้ใช้เป้าหมาย คำถามที่ต้องตอบ ตัวชี้วัดพร้อมสูตร แหล่งและรอบอัปเดตข้อมูล รวมถึงการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้นจากตัวเลขแต่ละตัว อธิบายข้อจำกัดของข้อมูลและเสนอวิธีทดสอบกับผู้ใช้จริงก่อนสรุปว่า Dashboard จำเป็น

หากข้อมูลกระจายหลายไฟล์และยังไม่มีแหล่งข้อมูลหลัก ควรแก้กระบวนการเก็บข้อมูลก่อน ดู บริการพัฒนาระบบหลังบ้าน และอ่าน เมื่อไรควรเปลี่ยนจาก Excel

แหล่งข้อมูลประกอบ