← กลับไปหน้าบทความWebsite Strategy
WAIHAUS / ARTICLE

ทำ​เว็บไซต์​ใหม่​หรือ​ปรับ​เว็บไซต์​เดิม​:​ ​ควร​เลือก​ทาง​ไหน​สำหรับ​ธุรกิจ

ตัดสินใจจากสภาพระบบเดิม ปัญหาที่ลูกค้าพบ และต้นทุนการดูแล ไม่ใช่อายุเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว พร้อมเกณฑ์ประเมินก่อนขอใบเสนอราคา

ทำเว็บไซต์ใหม่ปรับเว็บไซต์เว็บไซต์ธุรกิจ
แผนภาพเปรียบเทียบการปรับเว็บไซต์เดิมกับการทำเว็บไซต์ใหม่
แผนภาพเปรียบเทียบการปรับเว็บไซต์เดิมกับการทำเว็บไซต์ใหม่

เว็บไซต์เก่าไม่ได้แปลว่าต้องสร้างใหม่ และเว็บไซต์ที่ยังเปิดได้ก็ไม่ได้แปลว่าควรเก็บไว้ทั้งหมด การเลือกระหว่าง ทำเว็บไซต์ใหม่ กับ ปรับเว็บไซต์ ควรเริ่มจากการตรวจว่าอะไรทำให้ธุรกิจเสียโอกาสในวันนี้

เมื่อไรการปรับเว็บไซต์เดิมคุ้มกว่า

ถ้าโครงสร้างยังชัด ระบบจัดการเนื้อหายังดูแลได้ และปัญหาอยู่ที่ข้อความ ภาพ ความเร็วบางหน้า หรือทางติดต่อ การปรับเฉพาะจุดมักใช้เวลาน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเข้าเว็บแล้วไม่เข้าใจบริการ อาจแก้หัวข้อหน้าแรกและหน้าบริการก่อนโดยไม่แตะระบบทั้งหมด

ควรกำหนดผลที่อยากเห็น เช่น ผู้ใช้หาหน้าติดต่อได้ง่ายขึ้น หรือส่งแบบฟอร์มสำเร็จมากขึ้น แล้ววัดหลังแก้ ไม่ควรเริ่มจากคำสั่งว่า “ทำให้ทันสมัย” โดยไม่มีเกณฑ์ตรวจ

ผังตัดสินใจจากปัญหาเนื้อหาและข้อจำกัดระบบเดิม

ภาพที่ 1: ปัญหาเนื้อหาและหน้าตามักแก้ในเว็บเดิมได้ ส่วนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างต้องตรวจลึกก่อนเลือกทำใหม่

เมื่อไรควรพิจารณาทำใหม่

การทำใหม่มีเหตุผลเมื่อแก้โครงสร้างเดิมแล้วแพงกว่าสร้างใหม่ ระบบเดิมไม่มีผู้ดูแลที่แก้ไขได้จริง มีปัญหาความปลอดภัยที่แก้ยาก หรือเป้าหมายธุรกิจเปลี่ยนจนรูปแบบเว็บเดิมรองรับไม่ได้ แต่ต้องนับงานย้ายเนื้อหา URL ภาพ ฟอร์ม และการตั้งค่าวัดผลด้วย

วิธีตัดสินใจแบบใช้ข้อมูล

ให้ทีมรวบรวม 4 อย่าง: รายการหน้าปัจจุบัน ข้อมูลการใช้งาน ปัญหาที่ลูกค้าหรือทีมพบ และข้อจำกัดการแก้ไข จากนั้นขอประเมินสองทางเลือกพร้อมขอบเขต เวลา และภาระดูแลหลังส่งมอบ หากยังไม่รู้ต้นเหตุ ให้เริ่มจากการตรวจเว็บสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจใช้งบใหญ่

ประเมินเว็บไซต์เดิมใน 4 มิติ

  1. ประสบการณ์ผู้ใช้: ผู้ใช้เข้าใจบริการ หาเนื้อหา และติดต่อได้หรือไม่ ตรวจด้วยงานที่ให้คนทดลองทำจริง ไม่อาศัยความเห็นเรื่องความสวยอย่างเดียว
  2. เนื้อหาและการค้นหา: หน้าใดยังถูกต้อง หน้าใดซ้ำหรือเก่า และมี URL ใดที่ลูกค้าหรือเว็บไซต์อื่นใช้อ้างอิง
  3. ระบบและการดูแล: ทีมแก้ข้อความ เพิ่มหน้า อัปเดตส่วนประกอบ และสำรองข้อมูลได้หรือไม่ มีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยหรือการเข้าถึงที่แก้ได้จริงเพียงใด
  4. ต้นทุนรวม: รวมค่าพัฒนา ย้ายข้อมูล ทดสอบ ฝึกผู้ดูแล และดูแลหลังเปิด ไม่เปรียบเทียบเฉพาะราคาสร้างหน้าเว็บ

ควรเขียนหลักฐานและระดับความรุนแรงของแต่ละปัญหาแยกกัน ตัวอย่างเช่น “แบบฟอร์มส่งจากมือถือไม่ได้” เป็นปัญหาที่ตรวจซ้ำได้ ส่วน “เว็บดูเก่า” ยังต้องอธิบายว่ากระทบงานของลูกค้าอย่างไร

ตัวอย่างสมมติ: สองเว็บไซต์ที่อายุเท่ากัน

เว็บไซต์ ก ใช้งานมาหลายปี แต่ระบบจัดการยังอัปเดตได้ โครงสร้างบริการชัด และปัญหาอยู่ที่ข้อความหน้าแรกกับฟอร์มติดต่อ การปรับเฉพาะสองจุดพร้อมวัดผลหลังแก้มีเหตุผลมากกว่าทำใหม่ทั้งระบบ

เว็บไซต์ ข อายุใกล้กัน แต่แก้ข้อมูลไม่ได้เพราะผู้พัฒนาเดิมไม่ได้ส่งมอบสิทธิ์เข้าถึง มีส่วนประกอบที่ไม่รองรับการอัปเดต และบริการใหม่ไม่สามารถจัดเข้าโครงสร้างเดิมได้ กรณีนี้ควรประเมินการทำใหม่ โดยรวมงานกู้หรือย้ายข้อมูลและการส่งต่อ URL เดิมไว้ในขอบเขตตั้งแต่แรก ตัวอย่างทั้งสองแสดงว่าอายุเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน

ถ้าทำใหม่ ต้องวางแผนย้ายอย่างไร

เริ่มจากทำบัญชี URL เดิมและระบุว่าทุกหน้าจะไปอยู่ที่ใด หน้าเดิมที่มีเนื้อหาควรจับคู่กับหน้าใหม่ที่มีเจตนาใกล้กัน ตรวจลิงก์ภายใน ฟอร์ม รูปภาพ และการติดตามผลก่อนเปิดใช้ หาก URL เปลี่ยน ให้กำหนดการเปลี่ยนเส้นทางและทดสอบทั้งรายการ ไม่ควรพาผู้ใช้ทุกหน้าไปหน้าแรกโดยไม่ดูความหมายของหน้าเดิม

หลังเปิด ให้ตรวจหน้าที่เข้าไม่ได้ ฟอร์มที่ส่งไม่สำเร็จ และข้อมูลจากเครื่องมือค้นหาในช่วงถัดไป Google Search Central ระบุว่าการย้ายที่อยู่เว็บอาจทำให้การมองเห็นในผลค้นหาผันผวนชั่วคราว จึงควรบันทึกข้อมูลก่อนและหลังเพื่อแยกผลจากการย้ายออกจากปัจจัยอื่น หากปรับเพียงข้อความหรือหน้าตาโดย URL ไม่เปลี่ยน งานส่งต่อ URL อาจไม่จำเป็น

คำถามสำหรับสรุปทางเลือกในรายงาน

รายงานที่ดีควรแสดงปัญหาที่พบ หลักฐาน ทางเลือกอย่างน้อยสองทาง ต้นทุนและความเสี่ยงของแต่ละทาง แล้วระบุเหตุผลที่เลือก ไม่ควรสรุปว่า “ทำใหม่ดีกว่า” เพราะเทคโนโลยีใหม่กว่าเพียงอย่างเดียว หากข้อมูลไม่พอ ให้เสนอการทดสอบหรือการตรวจเว็บที่ต้องทำก่อนอนุมัติงบ

หากต้องการวางขอบเขตงานเว็บไซต์ให้ตรงปัญหา อ่าน บริการเว็บไซต์ธุรกิจ หรือดู โครงสร้างหน้าที่เว็บไซต์บริษัทควรมี

แหล่งข้อมูลประกอบ